ในฤดูหน้าการทำนาต้นข้าวเขียวขจีปกคลุม ผืนนาทุ่งกว้างทั่วไป ขณะเดียวกันบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่เข้ามาอาศัยในนาต่างพากันหากินตามวิถีธรรมชาติของพวกมัน ส่วนผู้คนเมื่อพบเห็นร่องรอยของสัตว์ไม่ว่ารอยเท้า รอยแทะอาหาร หรือรังที่อยู่อาศัยต่างๆ ผู้คนก็จะคิดหาวิธีการจับพวกสัตว์เหล่านั้นมาเป็นอาหาร
ลุงสีแปงเล่าว่า "ในหน้านา ผู้คนมีอาหารมากมาย ไม่ว่าพืชในนาเช่น ต้นผักจุ๋มปี๋ ผักบุ้ง ผักปอดน้ำ หรือแม้แต่กุ้งหอยปูปลาต่างๆ ก็หาได้ไม่ยากนัก หากเป็นสัตว์ใหญ่เช่น หนูนา หนูปุ๊ก (พุก) บ้วน (นาก) ที่มาหากินในนา ผู้คนจะทำกับดักหรือแฮ้ว ใช้จับสัตว์พวกนี้มาเป็นอาหาร การที่จะทำแฮ้วดักสัตว์จะต้องดูว่าสัตว์ที่จะจับเป็นสัตว์ประเภทใดหากเป็นพวกหนูก็จะใช้ไม้ไผ่เล่มเล็กมาแหลมโคนเพื่อใช้ปักลงพื้นดิน นำเชือกมาผูกที่ปลายไม้เพื่อว่าจะทำเป็นที่ดึงดีดเอาตัวสัตว์ หลังจากนั้นก็ทำบ่วงโดยการผูกปลายเชือกที่เหลือจากการมัดปลายไม้ให้เป็นบ่วง นำเชือกดึงคันไม้ไผ่ให้โค้งพร้อมที่จะดีดกลับ มาสอดกับหลักไม้ที่ปักลงดิน ปล่อยให้บ่วงดักรอจับสัตว์ทอดตัวนอนตามทางเดินของสัตว์ เมื่อถึงเวลาที่สัตว์เดินผ่านรอดบ่วงเชือก ไม้หลักที่ปักลงดินจะถอนขึ้นทันที ทำให้บ่วงรัดเอาคอสัตว์พร้อมกับไม้ไผ่จะดีดขึ้นพาตัวสัตว์ห้อยต่องแต่งรอคนไปเก็บมาเป็นอาหารต่อไป
การวางแฮ้วส่วนมากจะวางในตอนเย็นๆ เพราะว่าสัตว์ส่วนมากจะออกหากินในเวลากลางคืนผู้คนจึงทำกับดักหรือแฮ้วมาดักไว้ตอนเย็น
การไจ (เยี่ยมหรือตรวจ) ดูว่าสัตว์เข้ามาติดแฮ้วหรือไม่ ผู้คนอาจมาดูเวลาตอนดึก หากมีสัตว์ติดอยู่ก็จะเก็บไปในคืนนั้น หากไม่มีสัตว์ติดอยู่ก็จะปล่อยให้แฮ้วดักรอสัตว์ต่อไปจนรุ่งแจ้ง จึงย้อนมาตรวจดูอีกครั้ง
สัตว์ที่ติดแฮ้ว ( แร้ว) นอกจากจะมีพวกหนูหรือบ้วน (นาก) แล้วบางครั้งอาจมีงูตัวใหญ่มาติดบ่วง เพราะงูตัวใหญ่มักไล่หนูนาติดๆ เมื่อหนูพุ่งรอดแฮ้วไปก่อนหัวงูที่ตามมามันสอดเข้าบ่วงพอดี แฮ้วก็จะดีดรัดเอาหัวงูห้อยต่องแต่ง ดิ้นไปมา หากเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่ก็ถือว่าเป็นโชคของเจ้าของแฮ้ว เพราะจะได้อาหารอร่อยเมื่อนำงูเหลือมไปต้มแกง อีกทั้งหนังงูเหลือมนำไปขายได้ราคาแพง
การทำแฮ้วดักสัตว์ในนาต้องทำจำนวนมากสักหน่อยราวสิบอัน เพราะจะได้นำไปดักวางไว้หลายๆ ที่ตามคันนาทั่วไป ที่สำคัญอย่าไปดักตามช่องต้นข้าวในนาเพราะจะทำให้ต้นข้าวเสียหายโดยเฉพาะเมื่อสัตว์ถูกแฮ้วรัดมันจะดิ้นไปมา พัดพาเอาต้นข้าวล้มระเนนระนาดหักโค่น และจะตายไปในที่สุด
หน้านาต้นข้าวเขียวเต็มทุ่งกว้าง เป็นกาลเวลาที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่นผืนดินล้านนาที่พวกเราต้องช่วยกันรักษา ความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ให้อยู่กับวิถีชีวิตตลอดไป.
แหล่งข้อมูล
สัมภาษณ์เจ้าของแฮ้วหนู อายุ 54 ปี จำนวน 1 ท่าน. lannacorner.net
~+[ฮาคนเมือง(ฮักตี้จะอู้กำเมือง)]+~
